www.dietanddetox.com โทร.061-9940463

ขิง พุทราจีน เห็ดหูหนู ป้องกัน และรักษาหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และหลอดเลือดสมองตีบ 

฿70.00 ฿50
ขิง พุทราจีน เห็ดหูหนูสรรพคุณ : ป้องกัน และรักษาหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และหลอดเลือดสมองตีบ 
เหลือ 99 ชิ้น
ซื้อเลย
หยิบลงตะกร้า
  • หมวดหมู่ : เครื่องดื่ม ชา น้ำสกัด
  • รหัสสินค้า : 000735

รายละเอียดสินค้า ขิง พุทราจีน เห็ดหูหนู ป้องกัน และรักษาหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และหลอดเลือดสมองตีบ 

ขิง พุทราจีน เห็ดหูหนูดำ
 
ส่วนประกอบที่สำคัญ :
ขิงอบแห้ง 15 กรัม
พุทราจีน 60 กรัม
เห็ดหูหนูดำแห้ง 15 กรัม
 
นน.: 90 g
 
สรรพคุณ : ป้องกัน และรักษาหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และหลอดเลือดสมองตีบ 
 
วิธีทำ:นำสมุนไพรทั้ง 3 อย่าง ล้างให้สะอาด ใส่หม้อต้ม เติมน้ำ 1.5 ลิตร ต้ม 30 นาทีเติมน้ำตาลทรายแดง แล้วดื่มแต่น้ำ
หรือตุ๋น 2-4 ชั่่วโมง แล้วดื่มแต่น้ำ   
 
 
จากกรณีที่ นพ.ประชา กัญญาประสิทธิ์ หรือหมอเบิร์ด แผนกประสาทและศัลยแพทย์ โรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม จ.เชียงใหม่ ออกมาระบุว่ามีคนไข้นำ ขิง พุทราจีนแห้ง และเห็ดหูหนูดำ มาตุ๋นรวมกันแล้วดื่มในตอนเช้าและเย็น รักษาอาการโรคหลอดเลือดสมองตีบจนคนไข้มีอาการดีขึ้น ในขณะที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีนโยบายสนับสนุนให้กินสมุนไพรเพื่อสุขภาพ 
 
 
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดเผยว่า การที่ สธ.สนับสนุนให้คนหันมาสนใจการรักษาด้วยสมุนไพรเป็นสิ่งที่ดี เพราะการบริโภคสมุนไพรในชีวิตประจำวันเป็นการป้องกันความเสี่ยงในการเป็นโรคไขมันอุดตัน ลดไขมันในเส้นเลือดได้ เหมาะกับคนที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคไขมันอุดตัน เช่น คนที่เป็นโรคอ้วน ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีความมัน หรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาก่อน เป็นต้น ซึ่งผู้ที่มีไขมันในเส้นเลือดยังไม่สูงมาก เช่น มีปริมาณกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ขอแนะนำให้ใช้ยาสมุนไพรในการเริ่มรักษา ก่อนจะกินยาแผนปัจจุบัน เนื่องจากหากรับประทานยาแผนปัจจุบันแล้วจะต้องรับประทานไปตลอดชีวิต 
 
นพ.ธวัชชัยกล่าวต่อว่า สมุนไพร 3 ชนิด ขิง พุทราจีนแห้ง และเห็ดหูหนูดำ ที่ นพ.ธวัชชัยมีการอ้างถึงนั้นมีคุณสมบัติช่วยลดไขมันจริง อย่างขิงมีฤทธิ์ร้อนมีคุณสมบัติลดไขมันในเลือดได้ ส่วนพุทราจีนและเห็ดหูหนูดำนั้น เป็นยาลดไขมันในตำรับยาจีนอยู่แล้ว ทั้งนี้อยากให้ประชาชนหันมาใช้ยาสมุนไพรก่อนในระยะเริ่มต้น ในช่วงที่ไขมันในเลือดไม่สูงมาก เพราะสมุนไพรจะช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายมีไขมันในระดับที่สมดุล เนื่องจากไขมันร้อยละ 70 ของร่างกาย เป็นไขมันที่ร่างกายสร้างขึ้นเองเพื่อใช้ในการซ่อมแซมระบบต่างๆ ของร่างกาย หากมีระดับไขมันในเลือดที่มากขึ้นจึงค่อยปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณารับประทานยาแผนปัจจุบัน
 
"ในการใช้สมุนไพรในการรักษานั้น ไม่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะแทรกซ้อน สามารถใช้ควบคู่กับยาแผนปัจจุบันได้เนื่องจากไม่ทำปฏิกิริยาร่วมกัน จึงถือว่ามีความปลอดภัย" อธิบดีกรมการแพทย์ฯกล่าว